ทำความเข้าใจวงจรแห่งนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนการเติบโต
Nokia เปิดโอกาสให้คุณต่อยอดนวัตกรรมของเราได้ ผ่านการขอไลเซนส์สิทธิบัตรที่จำเป็นต่อมาตรฐาน (Standard Essential Patent: SEP) ภายใต้หลักการ เป็นธรรม สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติ (Fair, Reasonable And Non-Discriminatory: FRAND)
ผลิตภัณฑ์หรือบริการทุกประเภทที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายหรือรองรับการเล่นวิดีโอ ล้วนใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการกำหนดเป็นมาตรฐาน
มาตรฐานต่าง ๆ เช่น การสื่อสารไร้สาย และการเข้ารหัสเสียงหรือวิดีโอ มักประกอบด้วยสิ่งประดิษฐ์เฉพาะและได้รับจดสิทธิบัตรนับพันรายการ ซึ่งแต่ละรายการล้วนเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานดังกล่าวนี้
การไลเซนส์ภายใต้หลัก FRAND จะช่วยให้ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมจากการนำเทคโนโลยีมาตรฐานของพวกเขาไปใช้ และยังช่วยขับเคลื่อนวงจรแห่งนวัตกรรมต่อไป
เพื่อคุณ เพื่อทุกคน
การกำหนดมาตรฐานแบบเปิดทำงานอย่างไร ?
การกำหนดมาตรฐานแบบเปิด (open standardization) เกิดขึ้นได้จากการที่บริษัทต่าง ๆ เช่น Nokia ลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่และล้ำสมัย เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานทางเทคโนโลยี
เป้าหมายคือการสร้างมาตรฐานที่รวบรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และทำให้มาตรฐานเหล่านั้นพร้อมใช้งานอย่างกว้างขวางผ่านการไลเซนส์ภายใต้หลัก FRAND
ดังนั้น บริษัทต่าง ๆ จำนวนมากจะได้รับประโยชน์จากการนำมาตรฐานเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้เพื่อพลิกโฉมในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลในการพัฒนามาตรฐานเหล่านั้นขึ้นเอง
การกำหนดมาตรฐานแบบเปิดมีประโยชน์อย่างไร ?
การกำหนดมาตรฐานแบบเปิดก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ ได้แก่
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความสามารถใหม่ ๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรม
- ส่งเสริมการแข่งขันและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
- สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายและมัลติมีเดียที่ได้มาตรฐานระดับสากล ช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อทั่วโลก ผู้ใช้งานจึงสามารถแบ่งปันเนื้อหามัลติมีเดียที่หลากหลายและยังช่วยให้ธุรกิจใหม่ ๆ ที่ใช้ความสามารถใหม่เหล่านี้เติบโตขึ้นได้อีกด้วย
นอกจากนี้การกำหนดมาตรฐานแบบเปิดยังมีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เช่น การส่งเสริมการทำงานและการศึกษาทางไกล ลดภาระการเดินทางและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สิทธิบัตรคืออะไร ?
สิทธิบัตรคือสิทธิในทรัพย์สินทางกฎหมายที่มอบให้เพื่อคุ้มครองนวัตกรรมทางเทคนิค โดยนวัตกรรมที่จะได้รับสิทธิบัตรต้องมีความใหม่และมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ผู้ถือสิทธิบัตรสามารถไลเซนส์ให้ผู้อื่นใช้สิทธิบัตรของตนได้ โดยได้รับค่าธรรมเนียมซึ่งมักเรียกว่าค่าสิทธิ สิทธิบัตรเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดมาตรฐานแบบเปิด การยื่นขอรับสิทธิบัตรช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถแบ่งปันสิ่งประดิษฐ์ของตนได้อย่างเปิดเผย เช่น การมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานทางเทคโนโลยี โดยรู้ว่าสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นจะได้รับความคุ้มครองและได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม
สิทธิบัตรที่จำเป็นต่อมาตรฐาน (SEP) คืออะไร ?
สิทธิบัตรที่จำเป็นต่อมาตรฐาน (Standard Essential Patent: SEP) คือสิทธิบัตรที่ครอบคลุมเทคโนโลยีซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานทางเทคโนโลยี เช่น มาตรฐานการสื่อสารไร้สาย 4G และ 5G
ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ต้องการปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ได้รับความคุ้มครอง จึงกล่าวได้ว่า SEP เป็นสิทธิบัตรที่ “ขาดไม่ได้” ในการนำมาตรฐานเหล่านั้นไปใช้งาน พอร์ตของ Nokia ครอบคลุม SEP ทั้งเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านเซลลูลาร์และ Wi-Fi รวมถึงเทคโนโลยีการเข้ารหัสวิดีโอและเสียง
การไลเซนส์ SEP ภายใต้หลัก FRAND คืออะไร ?
การไลเซนส์ SEP ภายใต้หลัก FRAND จะช่วยให้ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมจากการนำเทคโนโลยีมาตรฐานของพวกเขาไปใช้ และช่วยให้ขับเคลื่อนวงจรแห่งนวัตกรรมได้ต่อไป
Nokia เป็นทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำ และผู้นำเทคโนโลยีของผู้อื่นมาใช้งาน เราจึงเชื่อมั่นในแนวทางการให้สิทธิใช้งานที่สร้างความสมดุลระหว่างผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานทางเทคโนโลยีและผู้ที่นำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปใช้งาน โดยอาศัยการให้สิทธิใช้งานภายใต้หลัก FRAND ซึ่งยึดหลัก “เป็นธรรม สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติ”
ระบบการไลเซนส์ SEP ที่สมดุลจะช่วยปกป้องคุณค่าของเทคโนโลยีใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีรุ่นต่อไป เช่น 6G
ใครบ้างที่ได้รับประโยชน์จากการให้สิทธิใช้งานภายใต้หลัก FRAND ?
การไลเซนส์ภายใต้หลัก FRAND เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น
ผู้ผลิต
การไลเซนส์ SEP ภายใต้หลัก FRAND ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถนำเทคโนโลยีมาตรฐานไปสร้างผลิตภัณฑ์และบริการได้ โดยไม่ต้องลงทุนในการวิจัยและพัฒนาขั้นพื้นฐานด้วยตนเอง
ผู้บริโภค
ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์และบริการที่มาพร้อมความสามารถใหม่ ๆ ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อที่ราบรื่นและหลากหลาย การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นซึ่งนำมาสู่ทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น ตลอดจนธุรกิจใหม่ ๆ ที่ต่อยอดจากความสามารถของเทคโนโลยีมาตรฐานเหล่านี้
โลกของเรา
การเชื่อมต่อที่ครบครันและครอบคลุมช่วยให้สามารถทำงานและเรียนทางไกลได้ รวมถึงช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง
ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมและนักพัฒนา
การได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมจากการแบ่งปันเทคโนโลยี ก่อให้เกิดรายได้จากค่าสิทธิที่สามารถนำกลับไปลงทุนในการพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีรุ่นต่อไปได้
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ขอไลเซนส์ ?
หากผู้นำเทคโนโลยีมาตรฐานไปใช้โดยไม่ขอไลเซนส์ภายใต้หลัก FRAND ย่อมทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในการแข่งขัน แม้ว่าข้อตกลงการไลเซนส์ส่วนใหญ่ระหว่างผู้พัฒนาและผู้นำเทคโนโลยีไปใช้จะทำได้ง่าย แต่การดำเนินคดีทางกฎหมายก็อาจเกิดขึ้นได้เพื่อสนับสนุนการไลเซนส์ภายใต้หลัก FRAND และรักษาไว้ซึ่งระบบนิเวศของนวัตกรรมที่ยั่งยืน ซึ่งช่วยให้ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม เป็นธรรมและสามารถลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาและนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่ปฏิบัติตามหลัก FRAND เสียเปรียบในการแข่งขันกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักการดังกล่าว
ขับเคลื่อนวงจรแห่งนวัตกรรม
กระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาคือสิ่งที่เราเรียกว่า “วงจรแห่งนวัตกรรม” ซึ่งช่วยให้ Nokia และองค์กรอื่น ๆ สามารถลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง
หากปราศจากมาตรฐานทางเทคโนโลยีเหล่านี้ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ เข้าร่วมการประชุมผ่านวิดีโอคอลล์ รับชมภาพยนตร์แบบสตรีมมิง หรือเข้าถึงบริการสำคัญต่าง ๆ เช่น การศึกษาและการดูแลสุขภาพทางไกล อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย
การไลเซนส์ SEP ภายใต้หลัก FRAND คือกลไกสำคัญที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ และด้วยการกำหนดมาตรฐานแบบเปิด เราจึงสามารถต่อยอดความเป็นไปได้เหล่านี้เพื่อปลดล็อกขอบเขตใหม่แห่งนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตในอนาคตได้
พอร์ตนวัตกรรมชั้นนำรอคุณอยู่
นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา Nokia ได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาไปแล้วกว่า 160,000 ล้านยูโร ส่งผลให้เราเป็นหนึ่งในพอร์ตที่ครอบคลุมและแข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม Nokia มีสิทธิบัตรมากกว่า 26,000 แฟมมิลี่ โดยแต่ละแฟมมิลี่ประกอบด้วยสิทธิบัตรหลายฉบับ และมีมากกว่า 8,000 แฟมมิลี่ที่ได้รับการประกาศว่าเป็นสิทธิบัตรที่จำเป็นต่อมาตรฐาน 5G
เราภูมิใจที่ได้แบ่งปันสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับความคุ้มครองของเรา เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค การสตรีมวิดีโอ เกม ยานยนต์ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ในวงกว้าง นอกเหนือจากพอร์ต SEP ที่หลากหลายแล้ว เรายังครอบครองเทคโนโลยีพื้นฐานอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งมัลติมีเดียเสมือนจริง ความปลอดภัยของข้อมูล บริการตามตำแหน่งที่ตั้ง UI/UX ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI/ML) รวมถึงเทคโนโลยีสำคัญอีกมากมาย
ค้นพบโปรแกรมการไลเซนส์ของเรา
Please complete the form below.
The form is loading, please wait...
Thank you. We have received your inquiry. Please continue browsing.